Responsive image
เมนูหลัก
หน้าหลัก
เกี่ยวกับตำบล
ประวัติความเป็นมา
สภาพทั่วไป
สภาพสังคม
สภาพเศรษฐกิจ
บริการขั้นพื้นฐาน
ผลิตภัณฑ์ในตำบล (OTOP)
สถานที่สำคัญ/แหล่งท่องเที่ยว
เกี่ยวกับเรา
วิสัยทัศน์/พันธกิจ
ยุทธศาสตร์
โครงสร้างองค์กร
บทบาทหน้าที่
แผนพัฒนาท้องถิ่น
การบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล
การดำเนินการเพื่อป้องกันการทุจริต
แผนการจัดการความรู้ (KM)
แบบฟอร์มเอกสารต่างๆ
งานทะเบียนพาณิชย์
บุคลากร
ผู้บริหาร
สมาชิกสภา
สำนักปลัด
กองคลัง
กองช่าง
กองการศึกษา
หน่วยตรวจสอบภายใน
ข่าวสารตำบล
ข่าวประชาสัมพันธ์
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ข่าวกิจกรรม
ปฏิทินกิจกรรม
ข่าวรับสมัครโอน/ย้าย
ITA
ITA ปี พ.ศ. 2563
ข่าวสารเครือข่าย
ข่าวประชาสัมพันธ์เครือข่าย
ข่าวกิจกรรมเครือข่าย
ปฏิทินกิจกรรมเครือข่าย
มาตรฐานกำหนดตำแหน่ง
สินค้า OTOP เครือข่าย
ระเบียบ
หนังสือสั่งการ สถ.
พรบ./พรก.
กฎระเบียบกระทรวง
คำสั่ง สถ.
มติ ก. อบจ.
มติ ก. เทศบาล
มติ ก. อบต.
ข้อบัญญัติ
รายรับรายจ่าย
รายงานการประชุม
เว็บบอร์ด
องค์กรแห่งการเรียนรู้
ข้อเสนอแนะ ติชม
ศูนย์รับร้องเรียนเรื่องราวร้องทุกข์
กระดานแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ติดต่อเรา
ติดต่อหน่วยงาน
แผนที่ดาวเทียม
คู่มือประชาชน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ข่าวประชาสัมพันธ์
โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร
โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร หรือ ASF (AFRICAN SWINE FEVER) ปัจจุบันพบว่ามีการแพร่ระบาดขยายเป็นวงกว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นโรคระบาดรุนแรงในหมู ไม่มีวัคซีนป้องกัน ไม่มียารักษา ระบาดได้รุนแรงและรวดเร็ว เชื้อไวรัสมีความทนทาน ทำลายยาก อยู่ในเลือด เนื้อ อวัยวะหรือแม้แต่ในแหนมในไส้กรอกได้นาน แต่ก่อโรคในหมูและหมูป่าเท่านั้น ไม่ติดสัตว์ชนิดอื่นและไม่ติดคน หากพบการระบาดของโรคจะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อมต่ออุตสาหกรรมการผลิตปศุสัตว์ของประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท ไม่นับรวมผลกระทบด้านสังคมและความมั่นคงด้านอาหารของประเทศ สำหรับปัจจัยเสี่ยงของการระบาดของโรค คือ การลักลอบนำผลิตภัณฑ์สุกรติดตัวของนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศที่มีการระบาดของโรคที่มีจำนวนมากกว่า 10 ล้านคนต่อปี การปนเปื้อนของเชื้อไวรัสจากเกษตรกรหรือสัตวแพทย์ที่ไปดูงานในประเทศที่มีการระบาดของโรค การลักลอบนำผลิตภัณฑ์สุกรและซากสุกรผ่านช่องทางนำเข้าชายแดนและการปนเปื้อนเชื้อไวรัสที่ยานพาหนะ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ส่งออกสุกรไปยังประเทศที่มีการระบาดของโรค
นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์จากรายงานขององค์การสุขภาพสัตว์โลก (OIE) พบว่าการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรมีการแพร่ระบาดขยายเป็นวงกว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี 2561 ถึงปัจจุบันได้มีการระบาดใน 20 ประเทศ หลายภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งเป็นทวีปยุโรปจำนวน 10 ประเทศ ได้แก่ เบลเยียม สาธารณรัฐเช็ก ฮังการี ลัตเวีย มอลโดวา สาธารณรัฐโปแลนด์ โรมาเนีย รัสเซีย ยูเครน และบัลแกเรีย ทวีปแอฟริกามี 4 ประเทศ ได้แก่ ชาด โกตดิวัวร์ แอฟริกาใต้ สาธารณรัฐแซมเบีย และทวีปเอเชีย มี 6 ประเทศ ได้แก่ จีน (เกิดโรค 149 ครั้ง ใน 107 เมือง 32 มณฑล 4 เขตการปกครอง 1 เขตบริหารพิเศษ) มองโกเลีย (เกิดโรค 11 ครั้ง ใน 6 จังหวัด) เกาหลีเหนือ (เกิดโรค 1 ครั้ง ใน 1 จังหวัด) เวียดนาม (เกิดโรค 161 ครั้ง ใน 62 จังหวัด) กัมพูชา (เกิดโรค 11 ครั้ง ใน 5 จังหวัด) และล่าสุด ลาว (เกิดโรค 12 ครั้ง ใน 5 จังหวัด) ข้อมูล ณ วันที่ 26 ก.ค.62
กรมปศุสัตว์ จึงได้กำหนดมาตรการป้องกันโรค ASF ในสุกร เพื่อป้องกันการระบาดเข้าสู่ประเทศไทย ดังนี้ 1. จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและควบคุมโรค ASF ในสุกร (war room) ทั้งระดับกรม และระดับจังหวัด 2. ประชาสัมพันธ์ให้บุคคลทั่วไป และประชุมชี้แจงเกษตรกรถึงอันตรายและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นหากเกิดการระบาด 3. ตรวจเยี่ยมฟาร์มหมูทุกฟาร์ม และให้คำแนะนำเพื่อปรับระบบการเลี้ยงให้มีระบบป้องกันโรคที่ดี 4. ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวต่างชาติ ห้ามมิให้นำผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ติดตัวเข้ามาประเทศไทย 5. ตรวจสอบและทำลายผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินำติดตัวเข้ามา 6. เข้มงวดการเคลื่อนย้ายสินค้าปศุสัตว์ที่นำเข้า-นำผ่าน-นำออกตามด่านพรมแดนทุกแห่งของประเทศไทย 7. เตรียมความพร้อมให้มีระบบการทำลายสุกรที่เป็นโรคและซากสัตว์ที่เป็นพาหะของโรคระบาดให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และ 8. เสนอแผนเตรียมความพร้อมรับมือโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรของประเทศไทยต่อคณะรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบอนุมัติแผนเตรียมความพร้อมรับมือโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรของประเทศไทย และอนุมัติให้แผนดังกล่าวเป็นวาระแห่งชาติเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2562 พร้อมทั้งอนุมัติงบประมาณในการดำเนินการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคเร่งด่วน ในปีงบประมาณ 2562
สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรควรดำเนินการเพื่อการป้องกันควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ดังนี้
1. ใช้อาหารสัตว์จากแหล่งที่มีมาตรฐานเชื่อถือได้
2. อาหารสำหรับพนักงานหรือคนเลี้ยงสุกรต้องใช้เนื้อจากแหล่งที่ไม่เสี่ยงมาทำอาหารในฟาร์ม
3. ต้องมีรั้วรอบฟาร์มและโปรแกรมการกำจัดสัตว์พาหะ
4. บุคคลที่จะเข้าฟาร์มต้องอาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อนเข้าฟาร์ม
5. จัดให้มีตู้ UV เพื่อฆ่าเชื้ออุปกรณ์ก่อนนำเข้าฟาร์ม
6. ยานพาหนะทุกคันต้องผ่านการฆ่าเชื้อก่อนเข้าฟาร์ม
7. จัดให้มีเล้าขายหมูอยู่นอกบริเวณที่มีการเลี้ยงสุกร
8. มีเล้ากักหมูทดแทนอยู่นอกฟาร์มก่อนย้ายเข้าฝูง
9. น้ำสำหรับใช้ในฟาร์มให้ใช้น้ำบาดาลและมีระบบบำบัดน้ำด้วยคลอรีนก่อนนำไปใช้
10. มีบ่อทิ้งซากหรือระบบย่อยสลายซาก ทั้งนี้ คู่มือและแนวทางการปฏิบัติต่างๆ อาจมีการปรับปรุงเป็นระยะตามความเหมาะสมของสถานการณ์ของโรค
ท่านสามารถติดตามและดาวน์โหลดได้ทางเว็บไซต์ของกรมปศุสัตว์ที่ http://www.dld.go.th. หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ สำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์หรือ call center 063-225-6888
องค์การบริหารส่วนตำบลโป่งแพร่ขอให้เกษตรกรสังเกตสุกรในฟาร์มเลี้ยงของตนเอง หากมีลักษณะอาการแสดงของโรค ดังนี้ ตายเฉียบพลัน มีไข้สูง นอนสุมกัน ผิวหนังแดง มีจุดเลือดออกหรือรอยช้ำโดยเฉพาะใบหู ท้อง ขาหลัง มีอาการทางระบบอื่น เช่น ทางเดินหายใจ ทางเดินอาหาร การแท้งในทุกช่วงอายุของการตั้งท้อง ให้รีบแจ้งสำนักงานปศุสัตว์อำเภอทุกอำเภอทั่วประเทศ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ สายด่วนกรมปศุสัตว์ 063-255 -6888
โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร
โพสเมื่อ : 24 ก.ย. 2562