Responsive image
เมนูหลัก
หน้าหลัก
เกี่ยวกับตำบล
ประวัติความเป็นมา
สภาพทั่วไป
สภาพสังคม
สภาพเศรษฐกิจ
บริการขั้นพื้นฐาน
ผลิตภัณฑ์ในตำบล (OTOP)
สถานที่สำคัญ/แหล่งท่องเที่ยว
เกี่ยวกับเรา
วิสัยทัศน์/พันธกิจ
ยุทธศาสตร์
โครงสร้างองค์กร
บทบาทหน้าที่
แผนพัฒนาท้องถิ่น
การบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล
การดำเนินการเพื่อป้องกันการทุจริต
แผนการจัดการความรู้ (KM)
แบบฟอร์มเอกสารต่างๆ
งานทะเบียนพาณิชย์
บุคลากร
ผู้บริหาร
สมาชิกสภา
สำนักปลัด
กองคลัง
กองช่าง
กองการศึกษา
หน่วยตรวจสอบภายใน
ข่าวสารตำบล
ข่าวประชาสัมพันธ์
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ข่าวกิจกรรม
ปฏิทินกิจกรรม
ข่าวรับสมัครโอน/ย้าย
ITA
ITA ปี พ.ศ. 2563
ข่าวสารเครือข่าย
ข่าวประชาสัมพันธ์เครือข่าย
ข่าวกิจกรรมเครือข่าย
ปฏิทินกิจกรรมเครือข่าย
มาตรฐานกำหนดตำแหน่ง
สินค้า OTOP เครือข่าย
ระเบียบ
หนังสือสั่งการ สถ.
พรบ./พรก.
กฎระเบียบกระทรวง
คำสั่ง สถ.
มติ ก. อบจ.
มติ ก. เทศบาล
มติ ก. อบต.
ข้อบัญญัติ
รายรับรายจ่าย
รายงานการประชุม
เว็บบอร์ด
องค์กรแห่งการเรียนรู้
ข้อเสนอแนะ ติชม
ศูนย์รับร้องเรียนเรื่องราวร้องทุกข์
กระดานแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ติดต่อเรา
ติดต่อหน่วยงาน
แผนที่ดาวเทียม
คู่มือประชาชน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สถานที่สำคัญ/แหล่งท่องเที่ยว
ศูนย์ถ่ายทอดวัฒนธรรมชนเผ่าบีซู หมู่ 7 ต.โป่งแพร่
Responsive image
ประวัติชนเผ่าบีซู
          จากการค้นคว้าวาของดร.เจมส์ มาติซอฟ นักภาษาศาสตร์ชาวอเมริกัน พบว่า คำว่า" บีซู" หมายถึงมนุษย์แท้ๆ ซึ่งคำว่าบีซู เป็นคำโบราณ ที่มีอายุถึง 3,000 พันกว่าปีมาแล้วปีมาแล้ว
จากหลักฐานที่ได้จากพงศาวดารจีน ปี พ.ศ.2344 พอจะบอกได้ว่าบีซู มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ประเทศจีนตอนใต้ คือแถวสิบสองปันนาเพราะ พงศาวดารของจีนได้เขียนไว้ว่าไต้มีชาวลาหู่ 2 คน ชื่อว่า Li Wenming และLi Xiaolao กับชาวบีซู ได้ร่วมมือกันต่อต้านผู้ว่าราชการและจักรพรรดิจีน ที่มีชื่อว่า Jia Qing ที่มีความโหดร้ายมาก แต่เกิดพ่ายแพ้จึงหนีเข้ามาในประเทศไทย ในปีค.ศ. 1801 (พ.ศ. 2344) ซึ่งเป็นสาเหตุของการพลัดกลาก กันของชนเผ่าบีซูนับตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา คนภายนอกได้เริ่มรู้จักบีซู เมื่ออาจารย์ทัสสุโอ  เนชีด้า ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่น ได้พานักศึกษามาสำรวจภาษาต่างๆในภาคเหนือของประเทศไทย เมื่อปี2510 อาจารย์และคณะได้มีโอกาสพบคนเมืองและได้รับคำแนะนำว่า ในหมู่บ้านดอยชมภู มีคนพูดภาษาละว้า แต่เมื่อไปพบจริงๆปรากฏว่าไม่ใช่ภาษาบีซู ลงในวาระสารของมหาวิทยาลัยที่อาจารย์สอนอยู่ หลังจากนั้นได้มีนักภาษาศาสตร์ อีก 3 ท่าน คืออาจารย์เอม คัดสุระ เดวิด แบรดรี่ และ แพ็ตทริค เบดวอร์ ได้มาศึกษาบีซูด้วย
ในปี2534 มีอาจารย์ชาวจีน ชื่อ ลี หงสุ่ย ได้ พบกลุ่มคนบีซูที่ สิบสองปันนา มีประมาณ 6,000 คนเราจึงมีความแน่ใจว่าได้มี คนบีซูอยู่ที่ประเทศจีนจริงๆ หลังจากนั้นได้มีลูกศิษย์ ของอาจารย์ลี หงสุ่ย ซื่อ ฉูฉีหวน ได้เข้าไปศึกษาภาษาบีซูที่สิบสองปันนาและไดเขียนไวยากรณ์ ของภาษาบีซูขึ้นโดยเขียนเป็นทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษด้วยต่อมาจนถึงปัจจุบัน ดร.เคริ์ก เพอร์ซันได้เข้ามาศึกษาและวิจัยภาษาบีซู โดยได้จัดให้มีการอบรมเรียนรู้อ่านเขียนภาษาบีซูเพื่อการอนุรักษ์สืบต่อไป
ถิ่นฐานของชนเผ่าบีซูที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยจังหวัดเชียงรายมีด้วยกัน 3 หมู่บ้านดังนี้
          - บ้านปุยคำ ตำบลป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมือง  จังหวัดเชียงราย
          - บ้านดอยชมภู อำเภอแม่ลาว  จังหวัดเชียงราย
          - บ้านผาแดง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย 
ศิลปะการแสดงเต้นรำชนเผ่าบีซู
          บีซูเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่หนาแน่นที่บ้านดอยชมภู ตำบลโป่งแพร่ อำเภอ แม่ลาว  จังหวัดเชียงราย  ประมาณ  200  คน  คนทั่วไปที่ไม่ทราบเกี่ยวกับชนเผ่าบีซู  มักเรียกบีซูว่าลั๊วะหรือละว้า แต่จริง ๆ แล้วชนเผ่าลั๊วะ เป็นอีกชนเผ่าหนึ่งที่อยู่ในประเทศไทยซึ่งไม่ใช่ชนเผ่าบีซู  ชนเผ่าบีซูมีศิลปะการแสดงที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเรียกว่า  การเต้นรำชนเผ่าบีซู  ซึ่งเป็นการเต้นรำที่สืบทอดจากคนรุ่นหลังจนถึงปัจจุบัน  เป็นการเต้นรำที่สนุกสนานสื่อให้เห็นถึงความรัก  ความสามัคคี  ความผูกพัน  และความภาคภูมิใจของคนในชุมชน
อาหารชนเผ่าบีซู
          “ลาบพริก” เป็นชื่ออาหารชาติพันธุ์ของชนเผ่าบีซู มีลักษณะคล้ายน้ำพริกหนุ่มแต่มีรสชาติเผ็ด ซึ่งลาบพริกเป็นภูมิปัญญาที่ชนเผ่าบีซูได้คิดค้นขึ้นจากการดำรงชีวิตประจำวันต้องออกไปทำไร่ ทำสวน   จึงหาวัตถุดิบในการประกอบอาหารที่อยู่ในท้องถิ่นที่หาได้ง่ายมาประกอบอาหาร ซึ่งลาบพริกประกอบด้วยสมุนไพรนานาชนิดและมีวิธีทำที่ไม่เหมือนกับอาหารประเภทชนิดอื่น ๆ จึงเป็นอาหารที่โดดเด่นและมีชื่อเสียงของชุมชนและเป็นเมนูอาหารที่ชาวบีซูภาคภูมิใจ
         
โพสเมื่อ : 02 เม.ย. 2562